holiday palace คนไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย รักธรรมชาติ ยิ้มแย้มแจ่มใสใจดี รักศิลปะ เสียงเพลงและดนตรี มีนิสัยอ่อนโยนอ่อนน้อมถ่อมตนและสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์และสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดีมีภูมิปัญญาสามารถนำสิ่งที่ใกล้มือในท้องถิ่นมาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือใช้สอยในชีวิตประจำวันได้อย่างสวยงามโดยเฉพาะไม้ไผ่ เป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติที่มนุษย์นำมาใช้ประโยชน์โดยตรงหรือแปรรูปให้เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิต คนไทยรู้จักคุ้นเคยและมีความผูกพันอย่างชนิดแยกไม่ออกมาตั้งแต่เกิดจนตาย กลายเป็นวัฒนธรรมสืบทอดกันต่อมา “ไผ่” เป็นชื่อพันธุ์ไม้พวกหนึ่ง พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ กล่าวว่า ไผ่เป็นชื่อพรรณไม้พวกหนึ่ง ( Bambusa spp.) อยู่ในวงศ์ Graminese เป็นกอ ลำต้นสูง และเป็นปล้องๆ มีหลายชนิดมากกว่า ๑,๒๕๐ ขนิด ๕๐ ตระกูล เช่น ไผ่จีน ไผ่ป่า ไผ่สีสุก ไผ่เลี้ยง ไผ่ดำ เป็นต้น ไม้ไผ่เป็นพันธุ์ไม้ที่มีลักษณะเฉพาะที่แปลกไปจากพืชและพันธุ์ไม้อื่นๆ เพราะแม้ว่าไผ่มีลักษณะที่ควรจะเป็นต้นไม้ แต่ไผ่กลับถูกจัดเป็นหญ้าประเภทหนึ่ง และเป็น “หญ้ายักษ์” เพราะลำต้นสูง กลวงเป็นปล้องๆ หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าใบไผ่คล้ายกับใบหญ้า ไผ่ขยายพันธุ์ด้วยการแตกหน่อ เพราะหนึ่งในร้อยปีไผ่จึงอาจจะออกดอกสักครั้ง และหลังจากออกดอกแล้วก็ตาย ไผ่จะเติบโตอย่างรวดเร็วและจะโตเต็มที่ภายในสองเดือน และจะคงขนาดเช่นนั้นไปตลอดชีวิตของมัน ลำต้นของไผ่จะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ ๐.๗ – ๗ นิ้ว สูง ๑ – ๖๐ ฟุต ไผ่ขึ้นได้ทั้งในบริเวณที่มีอากาศอบอุ่นและอากาศเย็นต่ำกว่าศูนย์องศา ไผ่จึงเป็นไม้ที่มีมากในบริเวณเอเซียและแปซิฟิค อเมริกาใต้บางท้องถิ่นไผ่มีลักษณะหลักๆ ร่วมกันคือลำต้น (กิ่งก้าน) เป็นข้อมีตาอยู่ตามข้อ มีลำต้นใต้ดินซึ่งแตกกิ่งก้านสาขาจากใต้ดิน แล้วส่งยอดอ่อน (หน่อ) ขึ้นมาเหนือพื้นดินขยายจำนวนออกไปเรื่อยๆ เรียกว่าการแตกกอ (คล้ายข้าวแตกกอ) ชาวไทยเรียกยอดอ่อนของไผ่ที่ขึ้นจากดินนี้ว่า “หน่อไม้” ใช้เป็นผักที่นิยมกันตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันใบไผ่ก็คล้ายใบหญ้าทั่วไป คือเป็นใบเลี้ยงเดี่ยวเส้นใบขนานไปตามความยาวของใบ ส่วนล่างของใบเป็นกาบหุ้มกิ่งเอาไว้ตรงข้อต่อ ดอกและผล(เมล็ด) ของไผ่ไม่เกิดขึ้นทุกปี แต่มักเกิดเมื่อไผ่หมดอายุ คือ ออกดอกออกเมล็ดแล้วต้นไผ่กอนั้นก็ยืนต้นตายไปเลย เปิดโอกาสให้เมล็ดงอกขึ้นเป็นไผ่รุ่นต่อไป ชาวบ้านเรียกเมล็ดไผ่ว่า “ขุยไผ่” และเรียกต้นไผ่ที่ยืนต้นตายหลังจากออกเมล็ดแล้วว่า “ไผ่ตายขุย”เครื่องมือจับสัตว์น้ำของไทย ซึ่งทำจากไม้ไผ่นั้นมีนับร้อยชนิด กรมประมงได้รวบรวมเครื่องมือจับสัตว์น้ำพื้นบ้านของชาวไทย พิมพ์เป็นหนังสือปกแข็งชื่อ “ปทานานุกรม เครื่องมือทำการประมงของประเทศไทย” ส่วนใหญ่เครื่องมือเหล่านี้ทำด้วยไม้ไผ่แทบทั้งสิ้น(ยกเว้นที่ทำจากด้ายหรือเชือก)เครื่องดนตรีที่ทำจากไม้ไผ่ก็มีหลายชนิด ที่รู้จักกันดีก็คือ (ลูก)ระนาดทุ้ม ขลุ่ย และอังกะลุง เป็นต้น เมื่อพูดถึงอังกะลุงซึ่งใช้เขย่าให้เกิดเสียงก็นึกไปถึงเครื่องมืออีกอย่างหนึ่งซึ่งใช้เขย่าเหมือนกัน แต่ไม่ใช่เครื่องดนตรี หากเป็นเครื่องมือทำนายโชคชะตา นั่นคือ กระบอกเซียมซี ท่านผู้อ่านที่เคยเขย่าเซียมซีทำนายโชคชะตาคงจำได้ว่า ทั้งกระบอกและไม้เซียมซีล้วนทำจากไม้ไผ่ ผู้อ่านที่นับถือพุทธศาสนาอาจจำได้ว่า วัดแห่งแรกในสมัยพุทธกาลก็คือ “เวฬุวนาราม” ซึ่งแปลว่า “อารามป่าไผ่” เพราะสร้างในป่าไผ่นั่นเอง วัดนี้พระเจ้าพิมพิสารทรงสร้างถวายแด่พระพุทธเจ้า และเป็นสถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเรื่องโอวาทปาฏิโมกข์แก่พระอรหันต์ 1,250 รูป ผู้ไปประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ในคืนวันเพ็ญเดือน 3 ที่เราเรียกสืบต่อมาว่า “วันมาฆบูชา” ต้นไผ่จึงถือกันว่าเป็นต้นไม้สำคัญชนิดหนึ่งของชาวพุทธ ไผ่ใช้ปลูกเป็นรั้วบ้านได้ดี เพราะสามารถกันลม ป้องกันสัตว์ต่างๆ ตลอดจนโจรผู้ร้ายอีกด้วย นอกจากนี้ ไผ่บางฃนิดยังนิยมปลูกเป็นไม้ประดับ เช่น ไผ่เหลือง และไผ่น้ำเต้า ในตำราปลูกต้นไม้ในบ้านของคนไทยกำหนดให้ปลูกไผ่ไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของตัวบ้าน ถือว่าเป็นมงคลแก่ผู้อยู่อาศัยในปัจจุบันเราสามารถนำไม้ไผ่มาจักรสานทำเป็นอาชีพหารายได้ให้แก่ครอบครัว และยังเป็นงานที่เราส่งออกไปขายอยู่นอกประเทศสำหรับคนไทยเราแล้ว งานที่ใช้ฝีมือถือว่าเป็นงานที่ประณีตระเอียดและสวยงามมากholiday palace

ไผ่
Filed under กีฬาออนไลน์